ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สรุปผลกระทบในระยะ 10 กิโลเมตร จากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้ว

เผยข้อมูล 221 โครงการจัดสรร-คอนโดในพื้นที่เสี่ยง รัศมี 5 กิโลเมตร และ 916 โครงการในรัศมี 10 กิโลเมตร รอบเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้ว จากฐานข้อมูลวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ บจก. เอเจนซี่ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส บนเว็บไซต์ Feasy โปรแกรมวิเคราะห์การลงทุนอสังหาฯ ออนไลน์

เช็คดู ข้อมูลในพื้นที่เสี่ยง ที่นี่  https://www.feasyonline.com/viewkingkaew

ในระยะ 9 กิโลเมตร อากาศยังอันตราย

จากเหตุการณ์ไฟไหม้และระเบิดภายในโรงงานผลิตเม็ดโฟมและพลาสติก บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด เลขที่  87 หมู่ 15 ซอย 21 ถนนกิ่งแก้ว ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จ.สมุทรปราการ พื้นที่รอบข้างทั้งโรงงานและที่อยู่อาศัยในบริเวณข้างเคียงได้รับผลกระทบจากแรงระเบิดและเพลิงไหม้เป็นจำนวนมาก โดยมีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย และผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 10 คน อีกทั้งยังมีผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในพื้น ในรัศมี 500 เมตร  ถึง 9 กม. ถือว่ากระทบต่อสุขภาพ ระบบหายใจเมื่อสูดดม โดย GISTDA ได้ติดตามสถานการณ์ไฟไหม้จากถังเคมีระเบิดภายในบริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด ใน จ.สมุทรปราการ โดยใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียม Sentinel-2 ของวันนี้ เมื่อเวลา 10.35 น. พบว่าสภาพพื้นที่โดยรอบของจุดเกิดเหตุที่ประกอบด้วยชุมชนกว่า 994 แห่ง และโรงงานอีกกว่า 1,120 แห่ง ผลการตรวจวัดคุณภาพบรรยากาศในพื้นที่โดยรอบในระยะ 500 เมตร - 9 กิโลเมตร โดยตรวจวัดระดับขีดจำกัดการติดไฟ (%LEL) ปริมาณสารอินทรีย์ระเหย (VOCs)  ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) พบว่าอยู่ในเกณฑ์ค่าขีดจำกัดการรับสัมผัสสารเคมีทางการหายใจแบบเฉียบพลัน 

994 หมู่บ้าน 1,120 โรงงานกระทบ ไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้ว กรมควบคุมมลพิษ เปิดสาเหตุระเบิด กระจายไกล

 

เช็คข้อมูลโครงการที่อยู่อาศัยในรัศมี 5-10 กิโลเมตร

    จากข้อมูลของฝ่ายวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ บจก. เอเจนซี่ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส บนเว็บไซต์ Feasy โปรแกรมวิเคราะห์การลงทุนอสังหาฯ ออนไลน์ เผยข้อมูล 221 โครงการจัดสรร-คอนโดในพื้นที่เสี่ยง รัศมี 5 กิโลเมตร และ 916 โครงการในรัศมี 10 ก.ม. ดังนี้

รูปภาพประกอบด้วย แผนที่คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

ในรัศมี 5 กม. มีโครงการที่อยู่อาศัย 221 โครงการ แบ่งเป็น 

- คอนโด 12 โครงการ

- บ้านเดี่ยว/บ้านแฝด 109 โครงการ

- ทาวน์เฮาส์/ทาวน์โฮม 100 โครงการ

 

ในรัศมี 10 กม. มีโครงการที่อยู่อาศัย 916 โครงการ แบ่งเป็น 

- คอนโด 166 โครงการ

- บ้านเดี่ยว/บ้านแฝด 341 โครงการ

- ทาวน์เฮาส์/ทาวน์โฮม 409 โครงการ

 

จะเห็นว่าข้อมูลที่อยู่อาศัยข้างต้นก็เป็นจำนวนที่มากแล้ว อย่างไรก็ตามข้อมูลข้างต้น คือ จำนวนโครงการจัดสรร และคอนโดมิเนียมจากผู้พัฒนาโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน ยังไม่รวมกับโครงการที่อยู่อาศัยของภาครัฐ และชุมชนในพื้นที่ หรือบ้านปลูกสร้างเอง หากพิจารณาถึงผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ ระบุมีประชาชน 80,916 คน ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดและเพลิงไหม้โรงงาน บาดเจ็บ 33 คน เสียชีวิต 1 คน โดยพื้นที่ประสบสาธารณภัย 4 ตำบล 30 หมู่บ้าน ได้แก่ ต.ราชาเทวะ หมู่ที่ 1-15 จำนวน 22,563 ครัวเรือน ประชากร 34,736 คน คน, ต.บางพลีใหญ่ หมู่ที่ 13-17 จำนวน 7 หมู่บ้าน 12,363 ครัวเรือน ประชากร 18,490 คน ต.บางแก้ว หมู่ที่ 6, 7, 8, 10, 13, 14 จำนวน 17,188 ครัวเรือน 23,277 คน และ ต.บางโฉลง หมู่ที่ 4-5 จำนวน 4,177 ครัวเรือน ประชากร 4,413 คน อย่างไรก็ตามเนื่องจากเหตุการณ์ยังไม่สิ้นสุด อาจมีจำนวนผู้ได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้นอีก (ThaiPBS, 6 กรกฎาคม 2564)

 

ผังเมืองและการใช้ประโยชน์ที่ดินในปัจจุบัน

    ประเด็นด้านผังเมืองเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในโลกออนไลน์ ว่าโรงงานที่มีสารเคมีในครอบครองผิดหรือไม่ที่มาตั้งอยู่ในพื้นที่สีผังเมืองสีแดง ผังเมืองรวมสมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่พาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก

พ.ศ. 2532 มีการก่อสร้างโรงงานหมิงตี้ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนจะมีสนามบินสุวรรณภูมิ พื้นที่ในย่านดังกล่าวเป็นย่านเกษตรกรรม มีบ้านเรือนและประชากรในพื้นที่น้อย ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโรงงานจึงไม่มีมากนัก

พ.ศ.2537ผังเมืองรวมสมุทรปราการฉบับแรกออกมาบังคับใช้  บริเวณที่ตั้งของโรงงานเป็นพื้นที่สีแดง จนมาถึงผังเมืองรวมสมุทรปราการ  พ.ศ.2544 และผังปัจจุบัน พ.ศ.2556 ระบุเป็นพื้นที่สีแดง พื้นที่พาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก มีเป้าหมายเพื่อรองรับโกดังสินค้าและกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งทางอากาศ

จะเห็นว่าโรงงานตั้งอยู่มาก่อนที่กฎหมายผังเมืองจะบังคับใช้ให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีแดง พื้นที่พาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก จึงถือว่าไม่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้หากต้องการให้โรงงานที่ตั้งอยู่แล้วย้ายออกก็มีข้อกฎหมายผังเมืองที่รองรับ แต่มีผลกระทบต่อคนในพื้นที่ เนื่องจากผู้ได้รับผลประโยชน์จากการพัฒนารูปแบบใหม่ ซึ่งก็ไม่มีคนอยากจ่าย  โดยรองศาสตราจารย์ ดร.พนิต ภู่จินดา หัวหน้าภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และ นายกสมาคมนักผังเมืองไทย โพสต์เฟซบุ๊กต่อประเด็นกฎหมายผังเมืองและเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้ว โดยอ้างอิงถึง พรบ.ผังเมือง 2518 จนมาถึง พรบ.ผังเมือง 2562 มีมาตราที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้ผังเมืองกับกิจการที่มีมาก่อนมีผังเมืองรวมบังคับใช้มาโดยตลอด ในมาตรา 37โดย มี 4 วรรค ตามภาพ

ดร.พนิต  ชำแหละ  ผังเมือง กับ เหตุไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้ว - สมุทรปราการ

วรรคหนึ่ง ถ้ามีผังเมืองรวมแล้ว ห้ามใช้ผิดจากที่กำหนดไว้ในผังเมือง

วรรคสอง แต่ถ้าอยู่มาก่อนมีผังเมืองรวมก็อยู่ต่อไปได้ เว้นแต่ขัดต่อนโยบายของผังเมืองรวมในสาระสำคัญ  ถ้าขัดแย้ง บรรทัดต่อมาก็กำหนดว่าคณะกรรมการผังเมืองสามารถสั่งให้แก้ไข ปรับปรุงในเวลาที่กำหนด หรือไปจนถึงการระงับการใช้งานได้เลย

วรรคสาม แต่ถ้าสั่งให้แก้ไข ปรับปรุง หรือระงับการใช้งานตามวรรคสอง ก็ต้องมีการชดเชย เพราะเขาอยู่มาก่อน ตอนที่เขาเริ่มตั้งกิจการเขามาอย่างชอบธรรม ต่อมาเมืองขยายไปแล้วกลายเป็นเขาไม่ชอบธรรมก็ไม่ใช่ความผิดของเขา ก็ต้องมีค่าตอบแทนให้เขาอย่างเป็นธรรม

ตัวอย่าง คือ ถ้ามีโรงงานผลิตวัตถุระเบิดไปตั้งห่างไกลความเจริญ ถ้าเกิดระเบิดจะได้ไม่กระทบกับชุมชนเมือง แต่ต่อมาเมืองขยายไปจนล้อมโรงงาน แน่นอนว่าโรงงานผลิตวัตถุระเบิดอยู่ต่อไปไม่ได้ อันตรายเกิน แต่ไม่ใช่ความผิดของโรงงาน จะให้เขาปรับปรุงหรือย้ายออกไป ก็ต้องหาเงินมาชดเชยเขา เพราะเขาไม่ได้ทำอะไรผิดมาตั้งแต่แรก

เอากฎหมายมาวิเคราะห์กับโรงงานหมิงตี้

- โรงงานโฟม ขัดกับผังเมืองสมุทรปราการในสาระสำคัญแน่นอน เพราะพื้นที่นี้มีเป้าหมายเป็นบรรจุภัณฑ์และคลังสินค้า ไม่ใช่โรงงานโฟมที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติสูง

-โรงงานนี้อยู่มาก่อนมีผังเมืองรวมสมุทรปราการ จึงต้องใช้อำนาจของคณะกรรมการผังเมืองในการสั่งให้แก้ไข ปรับปรุง หรือระงับตามวรรคสอง

- แต่ก็ไม่ได้มีการสั่งให้แก้ไข ปรับปรุง หรือระงับ ไม่ใช่แค่โรงงานนี้ แต่ไม่เคยสั่งแบบนี้กับกิจการใด ๆ เลย 

- เหตุที่ไม่เคยสั่งให้แก้ไข ปรับปรุง หรือระงับการใช้งาน เพราะต้องชดเชยต่อเจ้าของกิจการ แต่ไม่มีการตั้งองค์กรหรือกลไกในการชดเชยเลย แล้วจะเอาเงินจากไหนมาชดเชย

- เงินชดเชยควรมาจากไหน ตรงไปตรงมา ก็คือจากเจ้าของที่ดินโดยรอบ ที่ได้ประโยชน์จากการพัฒนารูปแบบใหม่ ซึ่งขัดแย้งกับโรงงานที่เขาเคยอยู่อย่างถูกกฎหมายมาก่อน การพัฒนาใหม่ไปทำให้เขากลายเป็นผิด คนที่ได้ประโยชน์ก็ต้องชดเชยให้คนที่เขาเสียประโยชน์เป็นธรรมดา

- ถ้ากรมโยธาธิการจะขอเก็บค่าชดเชยจากเจ้าของที่ดินโดยรอบ ที่ได้เปลี่ยนจากไร่นา มาเป็นชุมชน เป็นโรงงานบรรจุภัณฑ์และคลังสินค้า เพื่อชดเชยให้กับโรงงานโฟมที่อยู่มาก่อน คุณว่าเจ้าของที่ดินโดยรอบจะยอมไหมล่ะ

สรุปความตรงไปตรงมาว่า

มีกฎหมายผังเมืองที่จะสั่งระงับหรือแก้ไขกิจการที่อยู่มาก่อน แต่ปัจจุบันเป็นอันตรายต่อพื้นที่โดยรอบได้ แต่ไม่มีใครใช้ เพราะไม่มีคนที่ได้ประโยชน์ยอมจ่ายค่าชดเชย รัฐเองก็ไม่กล้ามาเรียกเก็บจากคนได้ประโยชน์เพราะไม่อยากจะโดนด่า พอมีปัญหาขึ้นมาก็โทษผังเมืองว่าไม่ทำตามกฎหมาย

คุณนักผังเมืองไปต่อสู้ปกป้องโลก บอกว่าเป็นหน้าที่ มีดาบให้นะ (คือกฎหมายผังเมือง) แต่มันเป็นดาบไม้สำหรับเล่นลิเก มันไม่ใช่ดาบเหล็กน้ำพี้เพื่อปกป้องโลกได้ พอแพ้เขากลับมา ก็บอกว่าผังเมืองห่วย แต่ไม่เคยย้อนไปดูว่า คุณให้อาวุธที่สมบูรณ์กับเราหรือเปล่า

 

ที่มา: 

https://www.feasyonline.com/viewkingkaew

https://www.springnews.co.th/spring-life/811844

https://news.thaipbs.or.th/content/305834

https://www.thansettakij.com/general-news/486644

เว็บไซต์อ้างอิง : https://www.feasyonline.com/viewkingkaew

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @FEASY 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตรวจสอบสีผังเมืองง่าย ๆ สีผังเมืองคืออะไร และการใช้ประโยชน์ที่ดินจากสีผังเมือง

ทำไมต้องรู้กฎหมายผังเมือง ? กฎหมายผังเมืองที่มีอยู่ในแต่ละจังหวัด จะบอกถึงศักยภาพในการพัฒนาว่าเราสามารถสร้างอาคารประเภทไหนได้บ้าง สร้างได้ขนาดเท่าไหร่ สมมุติว่าเราได้ที่ดินขึ้นมาแปลงหนึ่งในราคาถูก อยากจะสร้างคอนโดมิเนียมขาย แต่ที่ดินคุณตั้งอยู่ในพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นที่ดินประเภทส่งเสริมด้านชนบทและเกษตรกรรม ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสสร้างคอนโดมิเนียมได้บ้างในพื้นที่ (บางพื้นที่กำหนดให้สร้างได้เพียง  5%  ของพื้นที่ทั้งหมด) แต่การพัฒนาคอนโดมิเนียมแนวสูงแบบ  Hige rise  สร้างผลกำไรเป็นกอบเป็นกำให้คุณคงเป็นไปไม่ได้    ก็กลับกลายเป็นว่าคุณได้จ่ายเงินซื้อที่ดินในทำเลที่มีศักยภาพน้อยไปซะแล้ว โอกาสในการพัฒนาอะไรก็จะยากขึ้น ก่อนจะซื้อที่ดิน หรือ อสังหาริมทรัพย์ใด ๆ ก็ควรตรวจสอบสีผังเมืองให้แน่ใจกันก่อนนะคะ ประเภทสีผังเมืองและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ในทุกจังหวัดจะมีการกำหนดและจัดสรรผังเมืองเอาไว้ สำหรับผังเมืองกรุงเทพฯ ฉบับปัจจุบัน ปีพ.ศ.  2556  และร่างผังเมืองฉบับใหม่ จะแบ่งแยกออกเป็นโซนไล่ตามสีทั้งหมด  10  ประเภท (อันที่จริงมีย่อยกว่านั้นอีก) โดยจะบ...

FAR และ OSR ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่อาคารตามประเภทสีผังเมือง

FAR และ OSR คืออะไร? วิธีตรวจสอบข้อกำหนด FAR และ OSR ของที่ดินเรา  FAR และ OSR คืออะไร? FAR และ OSR เป็นข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่อาคารตามประเภทสีผังเมืองในแต่ละพื้นที่ ส่งผลต่อศักยภาพการพัฒนา และการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมาก เพราะจะส่งผลต่อขนาดพื้นที่อาคารที่สามารถสร้างได้ และทำให้โอกาสสร้างรายได้มากขึ้นหรือน้อยลงตามข้อกำหนดนี้ ซึ่งหากเราไปซื้อที่ดิน หรือ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่สีผังเมืองที่มีข้อจำกัดทาง FAR และ OSR แล้วล่ะก็ อาจส่งผลต่อศักยภาพในการพัฒนาให้ไม่เป็นไปตามที่คุณวาดฝันไว้ก็ได้ หรือ หากซื้อมาแล้วต้องการขายต่อก็อาจจะขายได้ยาก FAR (Floor to Area Ratio)  คือ อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน  สูตรการคำนวณ          พื้นที่อาคารสูงสุดที่สร้างได้  = ค่า FAR X ขนาดพื้นที่ดินเป็นตารางเมตร ตัวอย่าง  ที่ดินขนาด 1 ไร่ (1,600 ตารางเมตร) อยู่ในพื้นที่ตามข้อกำหนด FAR = 6 เท่ากับว่า พื้นที่อาคารสูงสุดที่สามารถสร้างได้ คือ 6 x 3,200 = 9,600 ตารางเมตร OSR (Open Space Ratio)  ...
  กู้เงินซื้อบ้านมือสอง สินเชื่อแบงก์ไหนดอกเบี้ยบ้านถูกสุด อัพเดทปี 2564 สำหรับใครที่กำลังถูกใจบ้านมือสองสักหลัง  แล้วอยากกู้ซื้อบ้าน?  ขอ สินเชื่อบ้านมือสอง  ธนาคารไหนดี ถึงจะได้ดอกเบี้ยบ้านต่ำที่สุด ใครอยากรู้  Tooktee.com รวบรวมข้อมูลมาเปรียบเทียบให้แล้ว   อยากซื่อ บ้านมือสอง   โดยเฉพาะซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยเอง การซื้อบ้านโดยตรงจากคนขาย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบ้านขายเอง หรือขายผ่านนายหน้า ถือว่าเป็นทางเลือกแรกๆ ที่ช่วยให้เราได้บ้านที่ถูกใจทั้งทำเล สภาพแวดล้อม แถมยังมีโอกาสได้บ้านไม่ทรุดโทรมมากนัก และสามารถต่อรองราคา ปัจจุบันการซื้อบ้านมือสองมีช่องทางในการค้นหาและติดต่อผู้ขายที่สะดวกมากขึ้น เมื่อราคาตกลงที่จะซื้อบ้านมือสองแล้ว ขั้นต่อไปก็ต้องมองหาสินเชื่อบ้านที่คิดดอกเบี้ยต่ำสักหน่อย จะได้ช่วยเติมฝันที่อยากมีบ้านให้เป็นจริงเร็วขึ้น  เพราะยิ่งดอกเบี้ยถูกก็ยิ่งลดภาระให้เราผ่อนบ้านได้แบบสบาย ๆ แล้วช่วงนี้หลายธนาคารก็มีโปรโมชั่นสินเชื่อบ้านออกมาให้เลือกมากมายเลยด้วย  สินเชื่อบ้านที่ไหนดี  ไปดูกันเลยเราได้อัพเดท  สินเชื่อบ้าน 2563...