ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ยูนิโอ เอช ติวานนท์ (18/3/2562)




คอนเซ็ปต์: คอนโด High Rise ราคาเบาๆ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง (สถานีแยกติวานนท์)
โดย บริษัท เฮลิกซ์ จำกัด
(ภายในเครือบมจ. อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์)
ยูนิโอ เอช ติวานนท์ ตั้งอยู่ติดถนนกรุงเทพ-นนทบุรี (ระหว่างซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 12-14) ย่านติวานนท์ ฝั่งขาเข้าเมือง สามารถเดินทางเชื่อมต่อ รถไฟฟ้าสายม่วง สถานีแยกติวานนท์ ประมาณ 100 เมตร และใกล้ทางพิเศษศรีรัช (วงแหวนรอบนอก)

ทำเลที่ตั้ง

ตั้งอยู่ติดถนนกรุงเทพ-นนทบุรี การเดินทางสามารถเชื่อมต่อเส้นถนนสำคัญๆ ได้หลายเส้น อาทิ ถนนรัชดาภิเษก ถนนวงศ์สว่าง ถนนนครอินทร์ รวมไปถึงถนนติวานนท์ได้

จุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญ



ที่ตั้งโครงการสามารถเดินทางโดยเท้าใช้ระยะเวลาเพียง 2-3 นาที (ประมาณ 100 เมตร) เพื่อเชื่อมต่อ รถไฟฟ้าสายสีม่วง (MRT) สถานีแยกติวานนท์ ได้ 

ซึ่งจาก สถานีแยกติวานนท์ สามารถเชื่อมต่อกับ เส้นรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคลหรือรถไฟฟ้าใต้ดิน เพียง 3 สถานี ผ่านสถานีเตาปูน ซึ่งเป็นสถานีเปลี่ยนขบวน (Interchange Station) ที่ขยายเส้นทางเดินขบวนมาจากสถานีบางซื่อ
ในส่วนโครงข่ายรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและอยู่ในแผนก็เป็นที่น่าจับตามอง ซึ่งโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างคือรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน และ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (ช่วงเตาปูน-ท่าพระ) 

รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน พัฒนาเพิ่มเติมมาจากเส้น BTS สถานีบางซื่อ โดยจะมีจุดเชื่อมต่อกับเส้นรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่สถานีบางซ่อน คาดการณ์ว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2565 โดยจากสถานีแยกติวานนท์เพียง 2 สถานี 

รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (ช่วงเตาปูน-ท่าพระ) เป็นเส้นส่วนต่อขยายเพิ่มเติม ที่พัฒนาข้ามไปยังพื้นที่ฝั่งธนบุรี คาดการณ์ว่าจะเปิดให้ใช้บริการปี 2563 นี้
ถึงแม้ว่าสถานีแยกติวานนท์จะไม่ใช่สถานีเปลี่ยนขบวน (Interchange Station) แต่หากพิจารณาการเดินทางเพียง 2-3 สถานี เพื่อเชื่อมต่อสู่รถไฟฟ้าเส้นอื่นๆ ได้ ก็นับได้ว่าเป็น ทำเลที่มีทางเลือกในการเดินทางที่หลากหลายทีเดียว 

สำหรับผู้ที่ขับรถ โครงการอยู่ใกล้ แนวทางด่วนศรีรัช (วงแหวนรอบนอก) ซึ่งจะมีเส้นทางลัดจากซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 12 ขับไปเรื่อยๆ ถึงซอยดวงมณี ก็จะมีเส้นทางเพื่อไปเข้าทางด่วนด่านงามวงศ์วาน รวมถึงสามารถลัดเลาะไปออกถนนงามวงศ์วานได้
ซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 12 เส้นทางลัดไปทางด่วนศรีรัช
ระยะห่างจากจุดเชื่อมต่อสำคัญ

สถานที่สำคัญโดยรอบ

ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบโครงการ (ภายในรัศมี 3 กิโลเมตร) จะพบแหล่งช็อปปิ้งใกล้กับโครงการมากมาย ได้แก่ บิ๊กซี ติวานนท์, บิ๊กซี วงศ์สว่าง, โลตัส รัตนาธิเบศร์ และเอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ งามวงศ์วาน-แคราย 

ในส่วนของเดอะมอลล์งามวงศ์วาน ที่เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในพื้นที่ อาจจะเกินรัศมี 3 กิโลเมตร จากรอบโครงการ แต่การเดินทางไปสามารถใช้รถสองแถวขึ้นจากซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 12 (ศิริชัย) ไปถึงห้างได้ ซึ่งนับว่าสะดวกสบายมาก 

นอกจากแหล่งช็อปปิ้งแล้ว บริเวณรอบโครงการยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกหลากหลายประเภท คือ โรงพยาบาล (โรงพยาบาลเกษมราษฎร์อยู่ใกล้ที่สุด) รวมไปถึงสถานศึกษาทั้งระดับอุดมศึกษา (ม.พระจอมเกล้าฯพระนครเหนือ) และระดับมัธยมศึกษาชื่อดังอย่าง โรงเรียนโยธินบูรณะ รวมไปถึงสถานที่สำคัญอื่นๆ เช่น ศูนย์ราชการนนทบุรี และกระทรวงสาธารณะสุข ซึ่งนับว่าพื้นที่นี้เป็นทั้งพื้นที่แหล่งงาน และพักอาศัย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยและกลุ่มคนวัยทำงานย่านตัวเมืองนนทบุรีได้อย่างดี
ระยะเดินไปสถานที่สำคัญรอบโครงการ
ลักษณะแปลงที่ดินโครงการ มีลักษณะคล้ายรูปทรง 5 เหลี่ยม บริเวณทางเข้าโครงการนอกจากเส้นทางสัญจรเข้า-ออก ที่เป็นทางเดินรถ ยังมีความกว้างเพียงพอที่สามารถวาง แนวทางเดินเท้าพร้อมสวนหย่อม
เส้นทางเข้าออกโครงการ แบ่งแยกประเภทการใช้งานด้วยสวนหย่อมอย่างชัดเจน
ลักษณะการวางตำแหน่งของห้องพักอาศัย ทำได้ดีจำนวนห้องสูงสุด มีเพียง 14 หน่วยต่อชั้น ซึ่งถือว่าน้อยสำหรับคอนโดราคาเฉลี่ยตารางเมตรละ 7x,xxx บาท (ราคา ณ เดือนมีนาคม 2562) 

การจัดวางผังอาคารออกแบบได้ดี พิจารณาจากการวางตำแหน่งลิฟต์ตั้งอยู่บริเวณตรงกลางของอาคาร (Core) เป็นตำแหน่งที่ใกล้กับทุกๆห้อง และทำให้ ตำแหน่งของลิฟต์ไม่ติดกับห้องใดๆ
เมื่อพิจารณาจากผังโครงการ ตำแหน่งโถงลิฟต์จะอยู่บริเวณตรงกลาง (Core) ของอาคาร

สิ่งอำนวยความสะดวก

ภายในโครงการคอนโดแบบ High rise สูง 37 ชั้น จัด สิ่งอำนวยความสะดวกหลักของโครงการอยู่ชั้นที่ชั้น 8-9ได้แก่ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องซาวน่าแยกชายหญิง รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่อยู่ชั้นดาดฟ้า ได้แก่ สวนหย่อม จุดชมวิว รวมไปถึง Jogging Track ของโครงการ 

ด้านที่จอดรถสามารถจอดรถได้ที่ชั้น 1 บริเวณโดยรอบโครงการ และชั้น 2-7 ซึ่งที่จอดรถ 160 คัน คิดเป็นประมาณ 42% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) ลิฟต์โดยสาร 3 ตัว และลิฟต์ขนของ 1 ตัว รวม จำนวนลิฟต์ทั้งหมด 4 ตัว ซึ่งหากคำนวณจำนวนห้องต่อชั้นสูงสุดที่ 14 ห้องต่อชั้น จำนวนลิฟต์โดยสารเฉลี่ยต่อชั้นจะตกอยู่ที่ประมาณ 5 ห้อง ต่อลิฟต์ 1 ตัว 

จากหน่วยขายที่ 378 หน่วย นับได้ว่าสิ่งอำนวยความสะดวกและจำนวนที่จอดรถ ที่จัดเตรียมไว้ให้นั้นเพียงพอต่อการอยู่จริง

รูปแบบห้อง


รูปแบบห้องของโครงการมี 14 แบบห้อง ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ตามฟังก์ชั่นการใช้งาน คือ สตูดิโอ, 1 ห้องนอน และ 1 ห้องนอน พลัส โดยมีรายละเอียดดังนี้
  • สตูดิโอ ขนาดห้อง 24.3-25.7 ตารางเมตร แบบ A
  • 1 ห้องนอน ขนาดห้อง 28.3-33.5 ตารางเมตร แบบ B, C
  • 1 ห้องนอน พลัส ขนาดห้อง 42.8-43.8 ตารางเมตร แบบ D

สตูดิโอ ขนาด 24.3 ตร.ม. (A2-M)


แบบห้องขายดี ของทางโครงการ การออกแบบฟังก์ชั่นของห้องแบบสตูดิโอมีเพียงรูปแบบเดียว ต่างกันตรงตำแหน่ง และการสลับด้านฝั่งซ้ายขวา (Mirror Room) 

ฟังก์ชั่นห้องแบบสตูดิโอเมื่อเปิดประตูมาจะเป็นพื้นที่ชั้นวางรองเท้าและพื้นที่วางเครื่องซักผ้า (ห้องแบบ A1 และ A1M ตำแหน่งวางเครื่องซักผ้าจะเปลี่ยนเป็นอยู่ที่ระเบียงแทน) ถัดมาจะเป็นครัวแบบเปิด (Pantry) และมุมรับประทานอาหาร พื้นที่ต่อเนื่องกัน จะเป็นพื้นที่นั่งเล่น และระเบียง 

ส่วนที่เป็นพื้นที่วางเตียงนอนจะอยู่ลำดับในสุดของห้อง พร้อมห้องน้ำที่เข้าได้จากฝั่งพื้นที่วางเตียงนอนได้ทางเดียว โดยโครงการยูนิโอ เอช ติวานนท์นี้ ไม่มีการกั้นห้องแยกพื้นที่ห้องนั่งเล่นและพื้นที่ แต่หากการใช้อยู่จริงเมื่อกั้นห้องแล้วสามารถสร้างความเป็นส่วนตัวในการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างดี 

การออกแบบฟังก์ชั่นห้องสามารถเทควิวภายนอกอาคารได้ทั้งพื้นที่ห้องนั่งเล่น และภายในพื้นที่บริเวณเตียงนอน ซึ่งห้องรูปแบบนี้เหมาะกับการอยู่ 1 -2 คน เจาะกลุ่มที่ต้องการเนื้อที่ใช้สอยมากกว่าการกั้นพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน แต่อย่างไรก็ตามในการใช้งานจริงก็สามารถปรับเปลี่ยนการใช้สอยกั้นห้องภายหลังได้อย่างไม่ยากเย็น เนื่องจากทางโครงการได้ออกแบบห้องรองรับไว้แล้ว 

1 ห้องนอน ขนาด 32.3 ตร.ม. (B2-M)


แบบห้องขายดี แบบห้อง 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ Type B2-M ของทางโครงการ ออกแบบมารองรับกับผู้ที่ชอบการออกแบบพื้นที่ให้เป็นสัดเป็นส่วนมากกว่าห้องแบบสตูดิโอ เนื่องจากมีการกั้นห้องแยกพื้นที่ระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องนอน 

ฟังก์ชั่นห้องรูปแบบนี้เมื่อเปิดประตูมาในห้องจะเป็นมุมครัวเปิด (Pantry) และห้องน้ำก่อนลำดับแรก ถัดมาจะเป็นพื้นที่นั่งเล่นและทางเข้าไปสู่ห้องนอน ซึ่งถัดจากพื้นที่นั่งเล่นจะเป็นระเบียงชมทิวทัศน์ภายนอกอาคาร 

ในส่วนพื้นที่ห้องนอนจะมีห้องน้ำ ซึ่งตัวห้องน้ำของห้องรูปแบบนี้จะมีห้องเดียว แต่ มีประตู 2 ฝั่ง ที่สามารถเข้าจากห้องนอน รวมไปถึงประตูอีกด้านที่บริเวณส่วนด้านหน้าห้อง (บริเวณครัว) ซึ่งรูปแบบ ประตูบานเลื่อน ทำให้การใช้งานพื้นที่ค่อนข้างยืดหยุ่น เช่น หากมีแขกมาเยี่ยม สามารถเปิดประตูบานเลื่อนให้แขกเข้าห้องน้ำโดยที่ไม่ผ่านพื้นที่ห้องนอนเลยได้ ในส่วนการใช้งานปกติก็สามารถล็อคประตูบานเลื่อนให้เข้าทางห้องนอนเพียงอย่างเดียวได้ เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น
ประตูห้องน้ำแบบบานเลื่อนจากฝั่งหน้าห้อง
ห้องรูปแบบ 1 ห้องนอนของโครงการ จะมีการออกแบบโต๊ะทานข้าวแบบซ่อนใต้เคาน์เตอร์ครัว ช่วยทำให้ประหยัดพื้นที่ใช้สอยได้อย่างดี
โต๊ะรับประทานอาหารที่ซ่อนใต้เคาน์เตอร์ครัวได้

1 ห้องนอน ขนาด 32.5 ตร.ม. (C-M)


แบบห้อง C-M ฟังก์ชั่นการใช้งานจะคล้ายกับห้องแบบ B2-M ที่เป็นแบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ แต่เนื่องจากขนาดพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้น อีกทั้ง การจัดวางตัวห้องแบบหน้ากว้าง ทำให้ได้ความกว้างระเบียงเพิ่มขึ้น สามรถเทควิวจากห้องนั่งเล่นอีกทั้งภายในห้องดูไม่อึดอัดจนเกินไป
ประตูห้องน้ำแบบบานเลื่อนจากฝั่งหน้าห้อง
ฟังก์ชั่นห้องรูปแบบนี้เมื่อเปิดประตูมาในห้องจะเป็นจุดวางชั้นวางรองเท้า ซึ่งถัดมาจะเป็นครัวเปิด (Pantry) ที่เชื่อมต่อบริเวณพื้นที่นั่งเล่น ส่วนที่อยู่ลึกสุดจะเป็นห้องนอน 

ในส่วนพื้นที่ห้องนอนจะมีห้องน้ำ ซึ่งเป็นรูปแบบ การจัดวางตัวห้องแบบหน้ากว้าง เช่นเดียวกับแบบ B2M ที่สามารถเข้าจากห้องนอน และประตูห้องน้ำที่เข้าจากห้องนั่งเล่นได้ ทำให้การใช้งานพื้นที่ค่อนข้างยืดหยุ่น เช่น หากมีแขกมาเยี่ยม สามารถเปิดประตูฝั่งห้องนั่งเล่นให้แขกเข้าห้องน้ำได้ โดยที่ไม่ผ่านพื้นที่ห้องนอน 

การใช้งานปกติก็สามารถล็อคประตูบานเลื่อนให้เข้าทางห้องนอนเพียงอย่างเดียวได้ เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น โดยห้องรูปแบบนี้เหมาะแก่ผู้พักอาศัยแบบ 1-2 คน ที่ต้องการมีพื้นที่ที่เป็นสัดเป็นส่วนมากยิ่งขึ้น

1 ห้องนอน พลัส ขนาด 43.8 ตร.ม. (D2-M)


ขนาดห้อง 43.8 ตารางเมตร แบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ และได้ เพิ่มพื้นที่อเนกประสงค์ (พสัส) ซึ่งสามารถกั้นห้องทำเป็นห้องทำงาน หรือห้องนอนเล็กได้ (ทางโครงการไม่ได้กั้นห้องไว้ให้) โดยมีขนาดหน้ากว้างประมาณ 3.8 เมตร 

ห้องรูปแบบ D เพิ่มพื้นที่อเนกประสงค์ขึ้นมา
ทั้งโครงการจะมีห้อง Type D นี้รวม 8 หน่วย ประจำอยู่ชั้น 8-9 (ชั้นส่วนกลาง) และชั้นที่ 36 

ฟังก์ชั่นภายในห้อง เมื่อเข้าประตูจะเป็นจุดวางชั้นวางรองเท้า ถัดมาจะเป็นครัวเปิด (Pantry) พื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่น ตามลำดับ โดยส่วนที่เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ (พสัส) จะเป็นพื้นที่เชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่น ส่วนห้องนอนจะอยู่ลำดับในสุดของห้องรูปแบบนี้ 

ห้องน้ำจะเป็นประตูเข้าได้ 2 ฝั่ง เช่นเดียวกับรูปแบบ 1 ห้องนอน ที่สามารถเข้าจากห้องนอน และประตูห้องน้ำที่เข้าจากพื้นที่นั่งเล่นได้

จุดเด่นของโครงการ

1. การออกแบบผังโครงการ


หลายท่านอาจได้คุ้นเคยกับแบรนด์ยูนิโอ เช่น ยูนิโอ สุขุมวิท 72 ยูนิโอ รามคำแหง-เสรีไทย แต่อย่างไรก็ตามชื่อโครงการ ยูนิโอ เอช อาจจะฟังดูแตกต่างจากแบรนด์ยูนิโอที่อื่น และสงสัยที่มาของ “เอช” 

“เอช” ที่ซ่อนอยู่ภายในโครงการมาจากโถงทางเดินภายในอาคารที่มีลักษณะรูปตัวอักษร H
โถงทางเดินภายในอาคารรูปตัว H
ซึ่งจากที่ได้กล่าวไปช่วงต้นแล้วว่า ผังรูปแบบนี้มีการออกแบบทำให้ ตำแหน่งของลิฟต์ไม่ติดกับห้องใดๆ นอกจากนั้นยังมีจุดเด่นที่สำคัญในการอยู่อาศัยคือ ห้องบางส่วนจะได้ รูปแบบห้องที่เป็น Single Corridor หรือโถงทางเดินฝั่งเดียว หรืออธิบายได้ว่า เมื่ออยู่อาศัยจริงเปิดประตูมา ก็จะไม่พบกับประตูห้องตรงข้ามนั่นเอง ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวในการพักอาศัยได้อย่างดี ซึ่งห้องที่มีลักษณะคล้าย Single Corridor นี้ จะเป็นห้อง Type B หรือห้องแบบ 1 ห้องนอนของโครงการ

2. จำนวนหน่วยพักอาศัย


จากโครงการแบบ High Rise ที่มีความสูงอาคารถึง 37 ชั้น แต่มีจำนวนหน่วยขายรวมที่ 378 หน่วยนั้น หรือมีจำนวนห้องพักต่อชั้นสูงสุดที่ 14 ห้องนั้น นับได้ว่าน้อยสำหรับคอนโดราคาเฉลี่ยตารางเมตรละ 7x,xxx บาท (ราคา ณ เดือนมีนาคม 2562) ทำให้การอยู่อาศัยจริงไม่วุ่นวาย 

รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการ นอกจากคุณภาพที่โครงการได้เตรียมไว้ให้ อาทิ สระว่ายน้ำขนาด 6.5 x 18.8 เมตร สระน้ำอุ่น ห้องซาวน่า Jogging Track ชั้นดาดฟ้า ที่กระจายอยู่ในแต่ละชั้น ได้แก่ ชั้น 1, 8, 9, 36 และบริเวณดาดฟ้านั้น ทำให้กระจายการใช้งานของผู้พักอาศัยในอาคาร เรียกได้ว่าสิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการ คุ้มทั้งคุณภาพและปริมาณ เมื่อเทียบกับจำนวนหน่วยขายทั้งหมดของโครงการ
ตัวอย่างสิ่งอำนวยความสะดวกในแต่ละชั้นของโครงการ

3. ทำเลที่ตั้งในอนาคต

ทำเลที่ตั้งโครงการตั้งอยู่ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงสถานีต้นๆ รายล้อมด้วยแหล่งงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับการพักอาศัย ซึ่งหากใครต้องการคอนโดราคาที่เหมาะสม รวมไปถึงการซื้อทำเลในอนาคต จากแผนการพัฒนา รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (ช่วงเตาปูน-ท่าพระ) และ รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเปิดให้ใช้บริการในปี 2563 และ 2565 ตามลำดับ ซึ่งเมื่อโครงการรถไฟฟ้าก่อสร้างแล้วเสร็จจะทำให้การเดินทางเชื่อมต่อสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น 

จากจุดเด่นที่ได้กล่าวมา เมื่อพิจารณาราคาขายของโครงการที่ เริ่มต้น 1.79 ล้านบาท กับรูปแบบห้อง Fully Fitted ที่แถมครัว แอร์ และสุขภัณฑ์มาให้ 

พร้อมเข้าอยู่ (เริ่มเข้าอยู่ช่วงเดือนเมษายน 2562) ซึ่งหากใครสนใจก็สามารถติดต่อโครงการได้ทุกวัน (สำนักงานขายอยู่ชั้น 1 ของโครงการ) เปิดบริการทุกวัน เวลา 9.00-18.00 น. หรือสามารถสอบถามข้อมูลได้ทาง Line: Helix หรือ เบอร์โทร 02-032-222224 ชั่วโมง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 
ที่มา: https://www.tooktee.com/content/detail/1597 ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว ติดตาม Tooktee (ทุกที่) ผ่านโซเชียลมีเดีย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตรวจสอบสีผังเมืองง่าย ๆ สีผังเมืองคืออะไร และการใช้ประโยชน์ที่ดินจากสีผังเมือง

ทำไมต้องรู้กฎหมายผังเมือง ? กฎหมายผังเมืองที่มีอยู่ในแต่ละจังหวัด จะบอกถึงศักยภาพในการพัฒนาว่าเราสามารถสร้างอาคารประเภทไหนได้บ้าง สร้างได้ขนาดเท่าไหร่ สมมุติว่าเราได้ที่ดินขึ้นมาแปลงหนึ่งในราคาถูก อยากจะสร้างคอนโดมิเนียมขาย แต่ที่ดินคุณตั้งอยู่ในพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นที่ดินประเภทส่งเสริมด้านชนบทและเกษตรกรรม ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสสร้างคอนโดมิเนียมได้บ้างในพื้นที่ (บางพื้นที่กำหนดให้สร้างได้เพียง  5%  ของพื้นที่ทั้งหมด) แต่การพัฒนาคอนโดมิเนียมแนวสูงแบบ  Hige rise  สร้างผลกำไรเป็นกอบเป็นกำให้คุณคงเป็นไปไม่ได้    ก็กลับกลายเป็นว่าคุณได้จ่ายเงินซื้อที่ดินในทำเลที่มีศักยภาพน้อยไปซะแล้ว โอกาสในการพัฒนาอะไรก็จะยากขึ้น ก่อนจะซื้อที่ดิน หรือ อสังหาริมทรัพย์ใด ๆ ก็ควรตรวจสอบสีผังเมืองให้แน่ใจกันก่อนนะคะ ประเภทสีผังเมืองและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ในทุกจังหวัดจะมีการกำหนดและจัดสรรผังเมืองเอาไว้ สำหรับผังเมืองกรุงเทพฯ ฉบับปัจจุบัน ปีพ.ศ.  2556  และร่างผังเมืองฉบับใหม่ จะแบ่งแยกออกเป็นโซนไล่ตามสีทั้งหมด  10  ประเภท (อันที่จริงมีย่อยกว่านั้นอีก) โดยจะบ...

FAR และ OSR ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่อาคารตามประเภทสีผังเมือง

FAR และ OSR คืออะไร? วิธีตรวจสอบข้อกำหนด FAR และ OSR ของที่ดินเรา  FAR และ OSR คืออะไร? FAR และ OSR เป็นข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่อาคารตามประเภทสีผังเมืองในแต่ละพื้นที่ ส่งผลต่อศักยภาพการพัฒนา และการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมาก เพราะจะส่งผลต่อขนาดพื้นที่อาคารที่สามารถสร้างได้ และทำให้โอกาสสร้างรายได้มากขึ้นหรือน้อยลงตามข้อกำหนดนี้ ซึ่งหากเราไปซื้อที่ดิน หรือ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่สีผังเมืองที่มีข้อจำกัดทาง FAR และ OSR แล้วล่ะก็ อาจส่งผลต่อศักยภาพในการพัฒนาให้ไม่เป็นไปตามที่คุณวาดฝันไว้ก็ได้ หรือ หากซื้อมาแล้วต้องการขายต่อก็อาจจะขายได้ยาก FAR (Floor to Area Ratio)  คือ อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน  สูตรการคำนวณ          พื้นที่อาคารสูงสุดที่สร้างได้  = ค่า FAR X ขนาดพื้นที่ดินเป็นตารางเมตร ตัวอย่าง  ที่ดินขนาด 1 ไร่ (1,600 ตารางเมตร) อยู่ในพื้นที่ตามข้อกำหนด FAR = 6 เท่ากับว่า พื้นที่อาคารสูงสุดที่สามารถสร้างได้ คือ 6 x 3,200 = 9,600 ตารางเมตร OSR (Open Space Ratio)  ...
  กู้เงินซื้อบ้านมือสอง สินเชื่อแบงก์ไหนดอกเบี้ยบ้านถูกสุด อัพเดทปี 2564 สำหรับใครที่กำลังถูกใจบ้านมือสองสักหลัง  แล้วอยากกู้ซื้อบ้าน?  ขอ สินเชื่อบ้านมือสอง  ธนาคารไหนดี ถึงจะได้ดอกเบี้ยบ้านต่ำที่สุด ใครอยากรู้  Tooktee.com รวบรวมข้อมูลมาเปรียบเทียบให้แล้ว   อยากซื่อ บ้านมือสอง   โดยเฉพาะซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยเอง การซื้อบ้านโดยตรงจากคนขาย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบ้านขายเอง หรือขายผ่านนายหน้า ถือว่าเป็นทางเลือกแรกๆ ที่ช่วยให้เราได้บ้านที่ถูกใจทั้งทำเล สภาพแวดล้อม แถมยังมีโอกาสได้บ้านไม่ทรุดโทรมมากนัก และสามารถต่อรองราคา ปัจจุบันการซื้อบ้านมือสองมีช่องทางในการค้นหาและติดต่อผู้ขายที่สะดวกมากขึ้น เมื่อราคาตกลงที่จะซื้อบ้านมือสองแล้ว ขั้นต่อไปก็ต้องมองหาสินเชื่อบ้านที่คิดดอกเบี้ยต่ำสักหน่อย จะได้ช่วยเติมฝันที่อยากมีบ้านให้เป็นจริงเร็วขึ้น  เพราะยิ่งดอกเบี้ยถูกก็ยิ่งลดภาระให้เราผ่อนบ้านได้แบบสบาย ๆ แล้วช่วงนี้หลายธนาคารก็มีโปรโมชั่นสินเชื่อบ้านออกมาให้เลือกมากมายเลยด้วย  สินเชื่อบ้านที่ไหนดี  ไปดูกันเลยเราได้อัพเดท  สินเชื่อบ้าน 2563...