ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Checklist ซื้อบ้านมือสอง ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง?

บ้านมือสอง ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการอยากได้บ้านสักหลัง แต่การซื้อบ้านมือสองนั้นแตกต่างจากการซื้อบ้านมือหนึ่งอยู่มาก เพราะแค่ชื่อก็บ่งบอกแล้วว่า “บ้านมือสอง” แน่นอนว่าคำว่า “มือสอง” นั้นต้องผ่านการใช้งานมาแล้วอย่าง แน่นอน หรือพูดอีกนัย คือ การซื้อบ้านที่ไม่ได้ซื้อมาจากผู้พัฒนาโครงการ แต่ซื้อต่อมาจากคนที่ซื้อมาแล้วก่อนหน้า แต่จะผ่านมือมามากน้อยขนาดไหนก็ต้องตรวจเช็คกันให้ดี ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อบ้านมือสอง วันนี้ TOOKTEE เลยนำ Checklist เช็คสภาพบ้านก่อนตัดสินใจซื้อมาให้เช็คกัน
 


Checklist ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านมือสอง

1.    รู้ประวัติข้อมูลของบ้าน

สิ่งที่เราควรเช็คให้ดีเลยคือประวัติข้อมูลของบ้านว่าเข้าข่ายตามข้อ Checklist เหล่านี้หรือไม่

  • บ้านอยู่ในพื้นที่เวนคืนเพื่อสร้างทางด่วนหรือไม่ ? สามารถตรวจสอบได้ที่ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
  • บ้านอยู่ในพื้นที่เวนคืนตัดถนนหรือไม่ ? ในเขตกรุงเทพฯสามารถตรวจสอบกับกรุงเทพมหานครหรือกรมโยธาธิการ กรณีต่างจังหวัดสอบถามได้จากเทศบาลจังหวัดหรือกรมทางหลวง ขึ้นอยู่กับประเภทถนนว่าเป็นทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงจังหวัด หรือทางหลวงท้องถิ่น
  • ตรวจสอบการชำระค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ว่ามีการค้างชำระแล้วหรือไม่ ? โดยการนำสัญญาจะซื้อจะขายไปตรวจสอบได้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงหากเป็นโครงการจัดสรรต้องพิจารณาเรื่องค่าส่วนกลางร่วมด้วย ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ง่าย ๆ จากนิติบุคคลของโครงการนั้น ๆ
  • ตรวจสอบโฉนดที่ดินว่าถูกต้องหรือไม่ ? โดยสามารถนำสัญญาจะซื้อจะขายไปตรวจสอบได้ที่สำนักงานเขตที่ดินในเขตนั้น ๆ
  • ตรวจสอบว่ามีใบอนุญาตก่อสร้างหรือไม่
  • มีการต่อเติมเพิ่มจากแบบที่ได้รับอนุญาตหรือไม่?

หากสำนักงานเขตมาตรวจสอบพบความผิด ทางเขตมีอำนาจให้เรารื้อถอนบ้านได้

2.    ตรวจสอบสภาพทางกายภาพของบ้านมือสอง

  • ตรวจสอบภายนอกและภายในบ้าน

            –    วิเคราะห์สภาพบริเวณบ้านว่าดินมีการทรุดตัวหรือไม่

            –    ตรวจเช็คว่าบริเวณข้างเคียงมีการขุดบ่อหรือสระใกล้กับตัวบ้านจนอาจจะทำให้บ้านทรุดได้หรือไม่

            –    ตรวจสอบผนังฝ้าเพดานของบ้านว่ามีการชำรุดหรือเวลาหน้าฝนมีการบวมพองหรือไม่

  • ตรวจสอบโครงสร้างอาคาร

            –    ตรวจสอบว่าโครงสร้างเสาและคานสามารถรับน้ำหนักได้มากน้อยขนาดไหน ตั้งฉากกับพื้นหรือไม่ไม่แอ่นเอียงไปทางใดทางหนึ่ง

            –    ตรวจเช็ครอยร้าวในคานและเสา หากพบว่าเป็นรอยร้าวที่เกิดจากเนื้อคอนกรีตซึ่งเป็นโครงสร้างข้างในของคานและเสา ไม่ใช่แค่รอยร้าวของปูนฉาบที่ผิวหน้า ควรปรึกษาหรือสอบถามกับผู้เชี่ยวชาญให้เข้ามาตรวจสอบเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

  • ตรวจสอบงานระบบ

            –    ตรวจสอบระบบสาธารณูปโภคต่างว่ามีปัญหาหรือไม่ เช่น ระบบน้ำประปา ระบบไฟฟ้า ว่ามีการเสื่อมสภาพหรือระบบมิเตอร์ยังทำงานได้อย่างปกติดีหรือไม่

.

3.    สภาพบ้านโดยรวม + ราคาและเงื่อนไข

        เรื่องที่ต้องคำนึงมากๆเลยอีกหนึ่งข้อ  คือ สภาพบ้านและราคา มีความคุ้มค่าเหมาะสมที่จะซื้อจะขาย สามารถตรวจเช็คราคาบ้านได้ที่ http://www.tooktee.com ได้ ส่วนในเรื่องสัญญาซื้อขายเงื่อนไขแต่ละข้อได้อ่านครบถ้วนชัดเจนแล้วหรือไม่เพราะการซื้อบ้านมือสองนั้นต้องศึกษาให้มากกว่าการซื้อบ้านมือหนึ่งเป็นอย่างมาก  ไม่อย่างนั้น คุณอาจจะโดน “ย้อมแมวขาย” ได้ นอกจากนี้ การซื้อบ้านมือสองต้องระวังเรื่องเอกสารต่าง ๆ มากเป็นพิเศษ อาทิ

  • สัญญาจะซื้อจะขาย โดยตรวจสอบชื่อของผู้ขายว่าเป็นชื่อเดียวกับเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือไม่
  • กรรมสิทธิ์บ้านและที่ดินโดยต้องมีการตรวจสอบข้อมูลโฉนดที่ดินว่ามีชื่อผู้ใดเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์
  • ขอบเขตของที่ดินตามโฉนด อาจจะไม่ใช่การดูด้วยตาเปล่า ควรต้องมีการจ้างเจ้าหน้าที่รังวัดมาตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อป้องกันการคลาดเคลื่อนได้

        รวมไปถึงข้อตกลงที่ไม่ได้อยู่ในสัญญาและอาจจะตกหล่นไปได้ เช่น ค่ามิเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งโดยส่วนใหญ่ผู้ขายจะโอนให้แก่ผู้ซื้อ เป็นต้น ซึ่งเป็นอีกหลากหลายประเด็นให้พิจารณา แต่อย่างไรก็ตามทางที่ดีที่สุดควรศึกษาและตรวจเช็คในเรื่องต่าง ๆ ให้ดีก่อนที่จะตกลงปลงใจ ที่จะซื้อขายเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดตามมาทีหลัง ก่อนที่จะซื้อขายกันควรจะทำความเข้าใจให้ตรงกันทั้งสองฝ่ายและควรขอข้อมูลติดต่อระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายด้วย เพื่อป้องกันการผิดพลาดและปัญหาที่จะตามมาในภายหลัง

สามารถ หาบ้านมือหนึ่งและมือสองได้ที่ www.tooktee.comไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @tooktee หรือ กดถูกใจเพจเฟสบุ๊ค tooktee

บ้านมือสอง
ซื้อบ้านมือสอง
บ้านมือสองราคาถูก 
ขายบ้านมือสอง 
ขายบ้าน

ที่มา : https://www.tooktee.com/content/detail/322

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

FAR และ OSR ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่อาคารตามประเภทสีผังเมือง

FAR และ OSR คืออะไร? วิธีตรวจสอบข้อกำหนด FAR และ OSR ของที่ดินเรา  FAR และ OSR คืออะไร? FAR และ OSR เป็นข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่อาคารตามประเภทสีผังเมืองในแต่ละพื้นที่ ส่งผลต่อศักยภาพการพัฒนา และการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมาก เพราะจะส่งผลต่อขนาดพื้นที่อาคารที่สามารถสร้างได้ และทำให้โอกาสสร้างรายได้มากขึ้นหรือน้อยลงตามข้อกำหนดนี้ ซึ่งหากเราไปซื้อที่ดิน หรือ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่สีผังเมืองที่มีข้อจำกัดทาง FAR และ OSR แล้วล่ะก็ อาจส่งผลต่อศักยภาพในการพัฒนาให้ไม่เป็นไปตามที่คุณวาดฝันไว้ก็ได้ หรือ หากซื้อมาแล้วต้องการขายต่อก็อาจจะขายได้ยาก FAR (Floor to Area Ratio)  คือ อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน  สูตรการคำนวณ          พื้นที่อาคารสูงสุดที่สร้างได้  = ค่า FAR X ขนาดพื้นที่ดินเป็นตารางเมตร ตัวอย่าง  ที่ดินขนาด 1 ไร่ (1,600 ตารางเมตร) อยู่ในพื้นที่ตามข้อกำหนด FAR = 6 เท่ากับว่า พื้นที่อาคารสูงสุดที่สามารถสร้างได้ คือ 6 x 3,200 = 9,600 ตารางเมตร OSR (Open Space Ratio)  ...

ตรวจสอบสีผังเมืองง่าย ๆ สีผังเมืองคืออะไร และการใช้ประโยชน์ที่ดินจากสีผังเมือง

ทำไมต้องรู้กฎหมายผังเมือง ? กฎหมายผังเมืองที่มีอยู่ในแต่ละจังหวัด จะบอกถึงศักยภาพในการพัฒนาว่าเราสามารถสร้างอาคารประเภทไหนได้บ้าง สร้างได้ขนาดเท่าไหร่ สมมุติว่าเราได้ที่ดินขึ้นมาแปลงหนึ่งในราคาถูก อยากจะสร้างคอนโดมิเนียมขาย แต่ที่ดินคุณตั้งอยู่ในพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นที่ดินประเภทส่งเสริมด้านชนบทและเกษตรกรรม ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสสร้างคอนโดมิเนียมได้บ้างในพื้นที่ (บางพื้นที่กำหนดให้สร้างได้เพียง  5%  ของพื้นที่ทั้งหมด) แต่การพัฒนาคอนโดมิเนียมแนวสูงแบบ  Hige rise  สร้างผลกำไรเป็นกอบเป็นกำให้คุณคงเป็นไปไม่ได้    ก็กลับกลายเป็นว่าคุณได้จ่ายเงินซื้อที่ดินในทำเลที่มีศักยภาพน้อยไปซะแล้ว โอกาสในการพัฒนาอะไรก็จะยากขึ้น ก่อนจะซื้อที่ดิน หรือ อสังหาริมทรัพย์ใด ๆ ก็ควรตรวจสอบสีผังเมืองให้แน่ใจกันก่อนนะคะ ประเภทสีผังเมืองและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ในทุกจังหวัดจะมีการกำหนดและจัดสรรผังเมืองเอาไว้ สำหรับผังเมืองกรุงเทพฯ ฉบับปัจจุบัน ปีพ.ศ.  2556  และร่างผังเมืองฉบับใหม่ จะแบ่งแยกออกเป็นโซนไล่ตามสีทั้งหมด  10  ประเภท (อันที่จริงมีย่อยกว่านั้นอีก) โดยจะบ...

วิธีตรวจสอบสีผังเมืองง่าย ๆ เช็ค FAR OSR

  ทำไมต้องตรวจสอบสีผังเมือง? รู้ไหมว่าสีผังเมืองส่งผลต่อขนาดอาคาร และมูลค่าที่ดินด้วย วิธีตรวจสอบสีผังเมืองด้วยตัวเองง่าย ๆ ทำไมต้องรู้สีผังเมืองของตัวเอง ? สีผังเมือง หรือ ผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นผังที่แบ่งการใช้ประโยชน์พื้นที่ออกเป็นประเภทต่าง ๆ หากเรามีที่ดิน หรือ บ้านอยู่ในทำเลใด ควรจะตรวจสอบสีผังเมืองเพื่อให้ทราบถึงศักยภาพการพัฒนา ซึ่งส่งผลต่อราคาที่ดินของคุณ โดยสีผังเมืองจะบอกว่าอาคารประเภทใดบ้างที่พัฒนาได้ มี  อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน  (Floor Area Ratio: FAR)  และ อัตราส่วนของพื้นที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม (Open Space Ratio:  OSR)  เท่าไหร่? หากที่ดินของเราอยู่ในพื้นที่ที่มีศักยภาพการพัฒนาสูง มีค่า FAR มากสามารถสร้างอาคารได้ขนาดใหญ่ขึ้น ก็ส่งผลให้ที่ดินของเรามีมูลค่ามากขึ้นนั่นเอง ในแต่ละจังหวัดหรือขอบเขตพื้นที่ปกครองจะมีข้อกำหนดสีผังเมืองต่างกัน หากเราและเพื่อนมีที่ดินขนาด 2 ไร่เท่ากัน อยู่ ห่างกันเพียง 500 เมตร ก็อาจมีศักยภาพการพัฒนาต่างกัน ทำให้ราคาที่ดินต่างกันมาก เช่น เมื่อตรวจสอบสีผังเมืองแล้วพบว่าที่ดินของเพื่อนอยู่ในพื้นท...