ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วิธีเลือกนายหน้าขายบ้านมืออาชีพ เพื่อการซื้อ-ขายที่ รวดเร็ว โอนไว


สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลือกนายหน้าขายบ้านมืออาชีพ คือ นายหน้าที่มีประสบการณ์และความเชียวชาญและความรู้ในทำเลที่เขาถนัดรู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี เพื่อทำการตลาดหาผู้ซื้อที่เหมาะสม สามารถให้ข้อมูล ตอบคำถาม สร้างความไว้วางใจให้แก่ผู้ที่สนใจซื้อ รวมไปการบริการซื้อขายบ้าน และโอนกรรมสิทธิ์ในพื้นที่นั้นได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้นายหน้าบางคนมีความสามารถพูดภาษาจีน หรือญี่ปุ่นได้ เหมาะสำหรับการหาลูกค้าเป็นชาวจีนและญี่ปุ่น
 



วิธีเลือกนายหน้าขายบ้านมืออาชีพ ปัจจัยการเลือกนายหน้าอย่างไรให้ได้ "นายหน้าที่ดี"

  • 31% ความซื่อสัตย์ 
  • 23% ชื่อเสียง 
  • 16% ความคุ้นเคย รู้จักตนเองหรือคนในครอบครัว 
  • 11% ความรู้ของนายหน้า 
  • 10% บุกลิกของนายหน้า
  • 4% อื่น ๆ
  • 3% พนักงานบริษัทหรือเครือข่ายไม่ใช่ทำงานคนเดียว
  • 1% ได้วุฒิบัตรมา


ขั้นตอนการทำงานของนายหน้าขายบ้านมืออาชีพ

  • ทำงานได้ผลตอบเเทน
  • ทำงานมีจรรยาบรรณ
  • ทำงานเป็นมาตรฐานสากล
  • ทำงานเป็นมาตรฐานสากล

ประโยชน์ในการจ้างนายหน้าขายบ้านมืออาชีพ

1. ลูกค้าที่ต้องขายทรัพย์ไม่ต้องหาช่องทางทำการตลาด ไม่ต้องเสียค่าโฆษณา
2. ลูกค้าที่ต้องขายทรัพย์ไม่ต้องเจรจาอธิบายและต่อรองกับทุกคน ที่ต้องการซื้อทรัพย์ของคุณ
3. ลูกค้าที่ต้องขายทรัพย์ไม่ต้องเสียเวลา จัดการร่างเอกสารสัญญาต่างๆ การโอนกรรมสิทธิ์หรือส่ง/รับมอบอสังหาฯ และการติดต่อธนาคารหรือเจ้าหน้าที่ดิน 


ค่าบริการนายหน้า ค่าคอมมิชชั่น

ค่าบำเหน็จหรือค่านายหน้าค่าในอัตราที่ตกลงและหรือส่วนเกินจากราคาขาย สุทธิ ส่วนใหญ่อยู่ที่ 2-5% ของราคาซื้อขายจริง ขึ้นอยู่กับมูลค่าของบ้าน ความยากง่าย และกรอบระยะเวลาการทำงาน
      
ทั้งนี้ Tooktee.com อยากจะแนะนำว่าคุณควรศึกษาหาข้อมูลด้วยตนเองในเบื้องต้นก่อนที่จะเชื่อคนอื่นทั้งหมด หากต้องการปรึกษา หรือ รับคำแนะนำในการซื้อขายอสังหาฯ ทีมงานยินดีให้คำปรึกษา Line https://lin.ee/21FMjNR

 
เว็บไซต์อ้างอิง : หนังสือ แนวทางการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยโรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

FAR และ OSR ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่อาคารตามประเภทสีผังเมือง

FAR และ OSR คืออะไร? วิธีตรวจสอบข้อกำหนด FAR และ OSR ของที่ดินเรา  FAR และ OSR คืออะไร? FAR และ OSR เป็นข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่อาคารตามประเภทสีผังเมืองในแต่ละพื้นที่ ส่งผลต่อศักยภาพการพัฒนา และการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมาก เพราะจะส่งผลต่อขนาดพื้นที่อาคารที่สามารถสร้างได้ และทำให้โอกาสสร้างรายได้มากขึ้นหรือน้อยลงตามข้อกำหนดนี้ ซึ่งหากเราไปซื้อที่ดิน หรือ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่สีผังเมืองที่มีข้อจำกัดทาง FAR และ OSR แล้วล่ะก็ อาจส่งผลต่อศักยภาพในการพัฒนาให้ไม่เป็นไปตามที่คุณวาดฝันไว้ก็ได้ หรือ หากซื้อมาแล้วต้องการขายต่อก็อาจจะขายได้ยาก FAR (Floor to Area Ratio)  คือ อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน  สูตรการคำนวณ          พื้นที่อาคารสูงสุดที่สร้างได้  = ค่า FAR X ขนาดพื้นที่ดินเป็นตารางเมตร ตัวอย่าง  ที่ดินขนาด 1 ไร่ (1,600 ตารางเมตร) อยู่ในพื้นที่ตามข้อกำหนด FAR = 6 เท่ากับว่า พื้นที่อาคารสูงสุดที่สามารถสร้างได้ คือ 6 x 3,200 = 9,600 ตารางเมตร OSR (Open Space Ratio)  ...

ตรวจสอบสีผังเมืองง่าย ๆ สีผังเมืองคืออะไร และการใช้ประโยชน์ที่ดินจากสีผังเมือง

ทำไมต้องรู้กฎหมายผังเมือง ? กฎหมายผังเมืองที่มีอยู่ในแต่ละจังหวัด จะบอกถึงศักยภาพในการพัฒนาว่าเราสามารถสร้างอาคารประเภทไหนได้บ้าง สร้างได้ขนาดเท่าไหร่ สมมุติว่าเราได้ที่ดินขึ้นมาแปลงหนึ่งในราคาถูก อยากจะสร้างคอนโดมิเนียมขาย แต่ที่ดินคุณตั้งอยู่ในพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นที่ดินประเภทส่งเสริมด้านชนบทและเกษตรกรรม ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสสร้างคอนโดมิเนียมได้บ้างในพื้นที่ (บางพื้นที่กำหนดให้สร้างได้เพียง  5%  ของพื้นที่ทั้งหมด) แต่การพัฒนาคอนโดมิเนียมแนวสูงแบบ  Hige rise  สร้างผลกำไรเป็นกอบเป็นกำให้คุณคงเป็นไปไม่ได้    ก็กลับกลายเป็นว่าคุณได้จ่ายเงินซื้อที่ดินในทำเลที่มีศักยภาพน้อยไปซะแล้ว โอกาสในการพัฒนาอะไรก็จะยากขึ้น ก่อนจะซื้อที่ดิน หรือ อสังหาริมทรัพย์ใด ๆ ก็ควรตรวจสอบสีผังเมืองให้แน่ใจกันก่อนนะคะ ประเภทสีผังเมืองและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ในทุกจังหวัดจะมีการกำหนดและจัดสรรผังเมืองเอาไว้ สำหรับผังเมืองกรุงเทพฯ ฉบับปัจจุบัน ปีพ.ศ.  2556  และร่างผังเมืองฉบับใหม่ จะแบ่งแยกออกเป็นโซนไล่ตามสีทั้งหมด  10  ประเภท (อันที่จริงมีย่อยกว่านั้นอีก) โดยจะบ...

วิธีตรวจสอบสีผังเมืองง่าย ๆ เช็ค FAR OSR

  ทำไมต้องตรวจสอบสีผังเมือง? รู้ไหมว่าสีผังเมืองส่งผลต่อขนาดอาคาร และมูลค่าที่ดินด้วย วิธีตรวจสอบสีผังเมืองด้วยตัวเองง่าย ๆ ทำไมต้องรู้สีผังเมืองของตัวเอง ? สีผังเมือง หรือ ผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นผังที่แบ่งการใช้ประโยชน์พื้นที่ออกเป็นประเภทต่าง ๆ หากเรามีที่ดิน หรือ บ้านอยู่ในทำเลใด ควรจะตรวจสอบสีผังเมืองเพื่อให้ทราบถึงศักยภาพการพัฒนา ซึ่งส่งผลต่อราคาที่ดินของคุณ โดยสีผังเมืองจะบอกว่าอาคารประเภทใดบ้างที่พัฒนาได้ มี  อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน  (Floor Area Ratio: FAR)  และ อัตราส่วนของพื้นที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม (Open Space Ratio:  OSR)  เท่าไหร่? หากที่ดินของเราอยู่ในพื้นที่ที่มีศักยภาพการพัฒนาสูง มีค่า FAR มากสามารถสร้างอาคารได้ขนาดใหญ่ขึ้น ก็ส่งผลให้ที่ดินของเรามีมูลค่ามากขึ้นนั่นเอง ในแต่ละจังหวัดหรือขอบเขตพื้นที่ปกครองจะมีข้อกำหนดสีผังเมืองต่างกัน หากเราและเพื่อนมีที่ดินขนาด 2 ไร่เท่ากัน อยู่ ห่างกันเพียง 500 เมตร ก็อาจมีศักยภาพการพัฒนาต่างกัน ทำให้ราคาที่ดินต่างกันมาก เช่น เมื่อตรวจสอบสีผังเมืองแล้วพบว่าที่ดินของเพื่อนอยู่ในพื้นท...