ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

5 อันดับราคาที่ดินภูเก็ตที่แพงที่สุดและถูกที่สุด

ราคาที่ดินภูเก็ต ช่วงปี 2561-2562 ราคาที่ดินริมหาดส่วนใหญ่ของภูเก็ตคงที่หรือไม่เพิ่มขึ้นแต่เทรนด์ปี 2563 ราคาที่ดินอาจเพิ่มขึ้น หากกระแสการท่องเที่ยวดี

แนวการนำเสนอโฟกัสไปที่เริ่มเห็นการลงราคาในเกาะภูเก็ต ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ได้เห็นเลยจากการสำรวจ 16 ปีย้อนหลัง แม้กระทั่งปีที่เกิดธรณีพิบัติ (สึนามิ) ก็ตาม
โดย “ดร.โสภณ พรโชคชัย” ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส เผยแพร่ผลสำรวจราคาที่ดินภูเก็ตเปรียบเทียบปี 2561-2562 โดยเรียงลำดับจากที่ดินภุเก็ตที่แพงสุด และที่ดินที่ถูกที่สุดดังนี้
สำหรับราคาที่ดินภูเก็ตที่มีราคาแพงที่สุดตามหาดต่างๆ 
5 อันดับราคาที่ดินภูเก็ตที่แพงที่สุดและถูกที่สุด
ราคาที่ดินภูเก็ต อันดับที่ 1 หาดป่าตอง ที่ดินติดหาดมีราคาตลาดไร่ละประมาณ 250 ล้านบาทต่อไร่ หรือตารางวาละ 625,000 บาท สูงถึงประมาณหนึ่งในสี่ของราคาตลาดที่แพงที่สุดในเขตกรุงเทพมหานครที่ย่านสยามสแควร์-ชิดลม-เพลินจิต 
ราคาที่ดินภูเก็ต อันดับที่ 2 หาดกะรน ที่ดินติดหาดมีราคาตลาดไร่ละประมาณ 56 ล้านบาทต่อไร่ หรือตารางวาละ 140,000 บาท จะเห็นได้ว่าอันดับสองต่างจากอันดับแรกมาก เพราะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวบวกแหล่งการค้าตามลักษณะของหาดป่าตอง
ราคาที่ดินภูเก็ต อันดับที่ 3 หาดกมลา ที่ดินติดหาดมีราคาตลาดไร่ละประมาณ 50 ล้านบาทต่อไร่ หรือตารางวาละ 125,000 บาท  
ราคาที่ดินภูเก็ต อันดับที่ 4 หาดกะตะ ที่ดินติดหาดมีราคาตลาดไร่ละประมาณ 50 ล้านบาทต่อไร่ หรือตารางวาละ 125,000 บาท  
ราคาที่ดินภูเก็ต อันดับที่ 5 หาดราไวย์ ที่ดินติดหาดมีราคาตลาดไร่ละประมาณ 47 ล้านบาทต่อไร่ หรือตารางวาละ 117,500 บาท  จะเห็นได้ว่าราคาที่ดินตามหาดอันดับที่สองถึงห้า ค่อนข้างใกล้เคียงกันคือไร่ละ 47-56 ล้านบาทโดยประมาณ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

FAR และ OSR ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่อาคารตามประเภทสีผังเมือง

FAR และ OSR คืออะไร? วิธีตรวจสอบข้อกำหนด FAR และ OSR ของที่ดินเรา  FAR และ OSR คืออะไร? FAR และ OSR เป็นข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่อาคารตามประเภทสีผังเมืองในแต่ละพื้นที่ ส่งผลต่อศักยภาพการพัฒนา และการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมาก เพราะจะส่งผลต่อขนาดพื้นที่อาคารที่สามารถสร้างได้ และทำให้โอกาสสร้างรายได้มากขึ้นหรือน้อยลงตามข้อกำหนดนี้ ซึ่งหากเราไปซื้อที่ดิน หรือ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่สีผังเมืองที่มีข้อจำกัดทาง FAR และ OSR แล้วล่ะก็ อาจส่งผลต่อศักยภาพในการพัฒนาให้ไม่เป็นไปตามที่คุณวาดฝันไว้ก็ได้ หรือ หากซื้อมาแล้วต้องการขายต่อก็อาจจะขายได้ยาก FAR (Floor to Area Ratio)  คือ อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน  สูตรการคำนวณ          พื้นที่อาคารสูงสุดที่สร้างได้  = ค่า FAR X ขนาดพื้นที่ดินเป็นตารางเมตร ตัวอย่าง  ที่ดินขนาด 1 ไร่ (1,600 ตารางเมตร) อยู่ในพื้นที่ตามข้อกำหนด FAR = 6 เท่ากับว่า พื้นที่อาคารสูงสุดที่สามารถสร้างได้ คือ 6 x 3,200 = 9,600 ตารางเมตร OSR (Open Space Ratio)  ...

ตรวจสอบสีผังเมืองง่าย ๆ สีผังเมืองคืออะไร และการใช้ประโยชน์ที่ดินจากสีผังเมือง

ทำไมต้องรู้กฎหมายผังเมือง ? กฎหมายผังเมืองที่มีอยู่ในแต่ละจังหวัด จะบอกถึงศักยภาพในการพัฒนาว่าเราสามารถสร้างอาคารประเภทไหนได้บ้าง สร้างได้ขนาดเท่าไหร่ สมมุติว่าเราได้ที่ดินขึ้นมาแปลงหนึ่งในราคาถูก อยากจะสร้างคอนโดมิเนียมขาย แต่ที่ดินคุณตั้งอยู่ในพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นที่ดินประเภทส่งเสริมด้านชนบทและเกษตรกรรม ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสสร้างคอนโดมิเนียมได้บ้างในพื้นที่ (บางพื้นที่กำหนดให้สร้างได้เพียง  5%  ของพื้นที่ทั้งหมด) แต่การพัฒนาคอนโดมิเนียมแนวสูงแบบ  Hige rise  สร้างผลกำไรเป็นกอบเป็นกำให้คุณคงเป็นไปไม่ได้    ก็กลับกลายเป็นว่าคุณได้จ่ายเงินซื้อที่ดินในทำเลที่มีศักยภาพน้อยไปซะแล้ว โอกาสในการพัฒนาอะไรก็จะยากขึ้น ก่อนจะซื้อที่ดิน หรือ อสังหาริมทรัพย์ใด ๆ ก็ควรตรวจสอบสีผังเมืองให้แน่ใจกันก่อนนะคะ ประเภทสีผังเมืองและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ในทุกจังหวัดจะมีการกำหนดและจัดสรรผังเมืองเอาไว้ สำหรับผังเมืองกรุงเทพฯ ฉบับปัจจุบัน ปีพ.ศ.  2556  และร่างผังเมืองฉบับใหม่ จะแบ่งแยกออกเป็นโซนไล่ตามสีทั้งหมด  10  ประเภท (อันที่จริงมีย่อยกว่านั้นอีก) โดยจะบ...

วิธีตรวจสอบสีผังเมืองง่าย ๆ เช็ค FAR OSR

  ทำไมต้องตรวจสอบสีผังเมือง? รู้ไหมว่าสีผังเมืองส่งผลต่อขนาดอาคาร และมูลค่าที่ดินด้วย วิธีตรวจสอบสีผังเมืองด้วยตัวเองง่าย ๆ ทำไมต้องรู้สีผังเมืองของตัวเอง ? สีผังเมือง หรือ ผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นผังที่แบ่งการใช้ประโยชน์พื้นที่ออกเป็นประเภทต่าง ๆ หากเรามีที่ดิน หรือ บ้านอยู่ในทำเลใด ควรจะตรวจสอบสีผังเมืองเพื่อให้ทราบถึงศักยภาพการพัฒนา ซึ่งส่งผลต่อราคาที่ดินของคุณ โดยสีผังเมืองจะบอกว่าอาคารประเภทใดบ้างที่พัฒนาได้ มี  อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน  (Floor Area Ratio: FAR)  และ อัตราส่วนของพื้นที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม (Open Space Ratio:  OSR)  เท่าไหร่? หากที่ดินของเราอยู่ในพื้นที่ที่มีศักยภาพการพัฒนาสูง มีค่า FAR มากสามารถสร้างอาคารได้ขนาดใหญ่ขึ้น ก็ส่งผลให้ที่ดินของเรามีมูลค่ามากขึ้นนั่นเอง ในแต่ละจังหวัดหรือขอบเขตพื้นที่ปกครองจะมีข้อกำหนดสีผังเมืองต่างกัน หากเราและเพื่อนมีที่ดินขนาด 2 ไร่เท่ากัน อยู่ ห่างกันเพียง 500 เมตร ก็อาจมีศักยภาพการพัฒนาต่างกัน ทำให้ราคาที่ดินต่างกันมาก เช่น เมื่อตรวจสอบสีผังเมืองแล้วพบว่าที่ดินของเพื่อนอยู่ในพื้นท...