ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ดูกันจะ ๆ ร่างผังเมืองอีอีซี (EEC) หน้าตาเป็นอย่างไร




ผังเมืองอีอีซี (EEC) หน้าตาเป็นอย่างไร... ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2560 ที่ได้เริ่มมีการออกกฎหมาย ในการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ
อีอีซี (EEC) นั้น ก็เปรียบเสมือนกับการสตาร์ทเดินเครื่องยนต์โปรเจคอีอีซี (EEC) ซึ่งจากการทำงานของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันอ-อก
(สกพอ.) ที่ผ่านมาก็ได้มีการดำเนินการต่าง ๆ มากมาย อาทิ การศึกษาความเป็นไปได้ด้านการพัฒนาสาธารณูปโภค-สาธารณู

ปการ

การออกใบอนุญาตเขตส่งเสริมการลงทุน
รวมไปถึงการออกกฎหมายปลดล็อคข้อกฎหมายในพื้นที่ ทั้งด้านการพัฒนาที่ดิน

ด้านสิทธิการถือครองที่อยู่อาศัยอีอีซี

(สำหรับชาวต่างชาติ) ทำให้ชาวต่างชาติสามารถถือครองคอนโดอีอีซีได้ 100% เป็นต้น

ซึ่งปัจจุบันได้มาถึงส่วนที่เป็นกระบวนการสำคัญในการกำหนดกรอบครอบคลุมการพัฒนาในพื้นที่ ที่เป็นเครื่องมือที่จำเป็นใน

การพัฒนา นั่นคือ ขั้นตอนการออกผังเมือง EEC ที่จะครอบคลุมการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินถึง 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวั

ดชลบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดฉะเชิงเทรา
“แต่ท่านรู้หรือไม่ ???

จากการที่มีการวางแผนครอบคลุมถึง 3 จังหวัด ผังเมืองนี้ครอบคลุมพื้นที่ผังเมืองเดิมที่ประกาศใช้แล้วจำนวนเท่าไหร่???

คำตอบก็คือ           ผังเมืองรวมจังหวัด 3 ผัง

ผังเมืองรวมเมือง/ชุมชน 29 ผัง (แบ่งออกเป็น ฉะเชิงเทรา 8 ผัง ชลบุรี 10 ผัง และระยอง 11 ผัง)

 

ภาพการวางผังเมืองในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก

โดยนับได้ว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ ระดับภูมิภาค ในด้านการวางแผนรองรับการพัฒนาพื้นที่ในอนาคตกว่า 20 ปี (2560 –

2580) มีพื้นที่ถึง 8,291,250 ไร่ โดยในปี 2560 มีประชากร 4,015,168 คน และคาดการณ์ว่าในปี 2580 จะมีประชากรเพิ่มเป็น

6,006,380 คน

จากช่วงที่ผ่านมาก็ได้มีประกาศร่างผังเมืองอีอีซี (EEC) ให้ประชาชนได้ศึกษาและเกิดการทำประชาพิจารณ์ขึ้น อย่างไรก็ตาม

เนื้อหาสาระของร่างผังเมืองอีอีซี (EEC) นี้ สามารถสรุปแบ่งพื้นที่พัฒนาออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ พื้นที่พัฒนาเมือง

พื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรม พื้นที่พัฒนาเกษตรกรรม และ พื้นที่อนุรักษ์พื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

 

จาก 4 กลุ่มการพัฒนาพื้นที่ ก็ได้แบ่งย่อยออกเป็น 11 ประเภท การใช้ประโยชน์ที่ดิน ดังนี้

11 การใช้ประโยชน์ที่ดิน

-   ที่ดินประเภทศูนย์กลางพาณิชยกรรม (สีแดง)

ที่ดินประเภทชุมชนเมือง (สีส้ม)

- ที่ดินประเภทรองรับการพัฒนาเมือง (สีเหลืองอ่อน)

- ที่ดินประเภทรองรับการพัฒนาเมือง (สีขาว)

- ที่ดินประเภทเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ  (สีน้ำตาล)

- ที่ดินประเภทเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่ออุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ (สีม่วง)

-             ที่ดินประเภทพัฒนาอุตสาหกรรม (สีม่วงอ่อนมีจุดสีขาว)

- ที่ดินประเภทส่งเสริมเกษตรกรรม (สีเขียวอ่อน)

- ที่ดินประเภทที่พระราชกฤษฏีกากำหนดให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน (สีเหลืองมีเส้นทแยงสีเขียว)

- ด้วยที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ (สีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว)

- ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาสภาพแวดล้อม (สีเขียวมีเส้นทแยงสีฟ้า)



                                                                         
ข้อสังเกตจากร่างผังเมืองอีอีซี (EEC) ดังกล่าว คือ จะมีการใช้คำอธิบายประเภทแตกต่างจากรูปแบบผังเมืองในปัจจุบัน

ได้แก่

ศูนย์กลางพาณิชยกรรม ชุมชนเมือง และชุมชนชนบท เป็นต้น ซึ่งปกติจะใช้คำอธิบายเช่น พื้นที่ชุมชน (สีชมพู)

สำหรับผังเมืองรวมจังหวัด และอาจะป็นพื้นที่พาณิชยกรรม (สีแดง) พื้นที่อยู่อยู่อาศัย (สีเหลือง) สำหรับผังเมืองเฉพาะ

ดยอาจเป็นการกำหนดให้ตรงกับวัตถุประสงค์ทั้งทางด้านพาณิชยกรรม และที่อยู่อาศัยอีอีซี ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

และให้สอดคล้องกับการวางแผนของอีอีซี EEC

รวมไปถึงได้มีคำอธิบายพื้นที่ประเภทใหม่เพิ่มเข้ามา เช่น ที่ดินประเภทเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ที่ดินประเภทเข

ตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่ออุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ เป็นต้น เพื่อเจาะกลุ่มกิจกรรมด้านเขตส่งเสริมธุรกิจอย่างเห็นได้ชัด

โดยร่างผังเมืองใหม่นี้จะทำให้พื้นที่อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นจากเดิม มีพื้นที่รวม 45,000 ไร่ เป็น 70,000 ไร่ เพิ่มขึ้นประมาณ

26,000 ไร่ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 1.55 เท่าเลยทีเดียว


อย่างไรก็ตามร่างผังเมืองอีอีซีใหม่นี้ยังอยู่ในช่วงร่างพิจารณา และจะมีการประกาศบังคับใช้ในอนาคตต่อไป ซึ่งก็ต้องติด

ตามกันต่อไปว่าจะมีข้อสรุปที่เป็นเนื้อหาสาระของผังเมืองใหม่จะส่งผลต่อที่อยู่อาศัยในเขตอีอีซี (EEC) ไปในทิศทางไหน

อย่างไร ซึ่งหากท่านใดสนใจข่าวสารด้านอีอีซี (EEC) ก็สามารถกดติดตามข่าวสารดี ๆ ที่อัพเดตกันจากเว็บไซต์

Tooktee.com ได้เลยนะครับ


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตรวจสอบสีผังเมืองง่าย ๆ สีผังเมืองคืออะไร และการใช้ประโยชน์ที่ดินจากสีผังเมือง

ทำไมต้องรู้กฎหมายผังเมือง ? กฎหมายผังเมืองที่มีอยู่ในแต่ละจังหวัด จะบอกถึงศักยภาพในการพัฒนาว่าเราสามารถสร้างอาคารประเภทไหนได้บ้าง สร้างได้ขนาดเท่าไหร่ สมมุติว่าเราได้ที่ดินขึ้นมาแปลงหนึ่งในราคาถูก อยากจะสร้างคอนโดมิเนียมขาย แต่ที่ดินคุณตั้งอยู่ในพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นที่ดินประเภทส่งเสริมด้านชนบทและเกษตรกรรม ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสสร้างคอนโดมิเนียมได้บ้างในพื้นที่ (บางพื้นที่กำหนดให้สร้างได้เพียง  5%  ของพื้นที่ทั้งหมด) แต่การพัฒนาคอนโดมิเนียมแนวสูงแบบ  Hige rise  สร้างผลกำไรเป็นกอบเป็นกำให้คุณคงเป็นไปไม่ได้    ก็กลับกลายเป็นว่าคุณได้จ่ายเงินซื้อที่ดินในทำเลที่มีศักยภาพน้อยไปซะแล้ว โอกาสในการพัฒนาอะไรก็จะยากขึ้น ก่อนจะซื้อที่ดิน หรือ อสังหาริมทรัพย์ใด ๆ ก็ควรตรวจสอบสีผังเมืองให้แน่ใจกันก่อนนะคะ ประเภทสีผังเมืองและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ในทุกจังหวัดจะมีการกำหนดและจัดสรรผังเมืองเอาไว้ สำหรับผังเมืองกรุงเทพฯ ฉบับปัจจุบัน ปีพ.ศ.  2556  และร่างผังเมืองฉบับใหม่ จะแบ่งแยกออกเป็นโซนไล่ตามสีทั้งหมด  10  ประเภท (อันที่จริงมีย่อยกว่านั้นอีก) โดยจะบ...

FAR และ OSR ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่อาคารตามประเภทสีผังเมือง

FAR และ OSR คืออะไร? วิธีตรวจสอบข้อกำหนด FAR และ OSR ของที่ดินเรา  FAR และ OSR คืออะไร? FAR และ OSR เป็นข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่อาคารตามประเภทสีผังเมืองในแต่ละพื้นที่ ส่งผลต่อศักยภาพการพัฒนา และการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมาก เพราะจะส่งผลต่อขนาดพื้นที่อาคารที่สามารถสร้างได้ และทำให้โอกาสสร้างรายได้มากขึ้นหรือน้อยลงตามข้อกำหนดนี้ ซึ่งหากเราไปซื้อที่ดิน หรือ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่สีผังเมืองที่มีข้อจำกัดทาง FAR และ OSR แล้วล่ะก็ อาจส่งผลต่อศักยภาพในการพัฒนาให้ไม่เป็นไปตามที่คุณวาดฝันไว้ก็ได้ หรือ หากซื้อมาแล้วต้องการขายต่อก็อาจจะขายได้ยาก FAR (Floor to Area Ratio)  คือ อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน  สูตรการคำนวณ          พื้นที่อาคารสูงสุดที่สร้างได้  = ค่า FAR X ขนาดพื้นที่ดินเป็นตารางเมตร ตัวอย่าง  ที่ดินขนาด 1 ไร่ (1,600 ตารางเมตร) อยู่ในพื้นที่ตามข้อกำหนด FAR = 6 เท่ากับว่า พื้นที่อาคารสูงสุดที่สามารถสร้างได้ คือ 6 x 3,200 = 9,600 ตารางเมตร OSR (Open Space Ratio)  ...
  กู้เงินซื้อบ้านมือสอง สินเชื่อแบงก์ไหนดอกเบี้ยบ้านถูกสุด อัพเดทปี 2564 สำหรับใครที่กำลังถูกใจบ้านมือสองสักหลัง  แล้วอยากกู้ซื้อบ้าน?  ขอ สินเชื่อบ้านมือสอง  ธนาคารไหนดี ถึงจะได้ดอกเบี้ยบ้านต่ำที่สุด ใครอยากรู้  Tooktee.com รวบรวมข้อมูลมาเปรียบเทียบให้แล้ว   อยากซื่อ บ้านมือสอง   โดยเฉพาะซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยเอง การซื้อบ้านโดยตรงจากคนขาย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบ้านขายเอง หรือขายผ่านนายหน้า ถือว่าเป็นทางเลือกแรกๆ ที่ช่วยให้เราได้บ้านที่ถูกใจทั้งทำเล สภาพแวดล้อม แถมยังมีโอกาสได้บ้านไม่ทรุดโทรมมากนัก และสามารถต่อรองราคา ปัจจุบันการซื้อบ้านมือสองมีช่องทางในการค้นหาและติดต่อผู้ขายที่สะดวกมากขึ้น เมื่อราคาตกลงที่จะซื้อบ้านมือสองแล้ว ขั้นต่อไปก็ต้องมองหาสินเชื่อบ้านที่คิดดอกเบี้ยต่ำสักหน่อย จะได้ช่วยเติมฝันที่อยากมีบ้านให้เป็นจริงเร็วขึ้น  เพราะยิ่งดอกเบี้ยถูกก็ยิ่งลดภาระให้เราผ่อนบ้านได้แบบสบาย ๆ แล้วช่วงนี้หลายธนาคารก็มีโปรโมชั่นสินเชื่อบ้านออกมาให้เลือกมากมายเลยด้วย  สินเชื่อบ้านที่ไหนดี  ไปดูกันเลยเราได้อัพเดท  สินเชื่อบ้าน 2563...