ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เทคนิคการลงทุนโรงแรมขนาดเล็ก 'โฮสเทล' เทรนด์ธุรกิจที่พักแนวใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม


      ทำไม?โรงแรมขนาดเล็ก อย่างโฮสเทล จึงเป็นเทรนด์ธุรกิจที่พักแนวใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม จากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศที่หันมาใช้บริการพักตามโรงแรมขนาดเล็ก เช่น โฮสเทล หรือ บูติค เพิ่มมากขึ้น จากผลสำรวจผู้เดินทางเกินครึ่งยอมรับว่า เกณฑ์การเลือกที่พักจะต้องเป็นที่พักที่มีความสวยงาม ที่สามารถถ่ายรูปแล้วอัพโหลดลงโซเชียลมีเดียของตนเองได้ ตอบโจทย์พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์มากขึ้น ทั้งทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม และความนิยมท้องถิ่น

เทคนิคการลงทุนในธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กโฮสเทล (Hostel)

       ด้านการลงทุนธุรกิจที่เป็นโรงแรมขนาดเล็ก อย่าง โฮสเทล ได้รับความนิยมจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก ถือว่าการเลือกแนวทางการพัฒนา โฮสเทล ณ ตลาด ปัจจุบันจึงเป็นแทรนด์ธุรกิจที่พักแนวใหม่ที่มาแรงและได้รับความนิยมอย่างมาก  ก่อนที่เราจะตัดสินใจลงทุนหรือพัฒนาโรงแรมขนาดเล็กอย่าง Hostel ควรศึกษาและทำความเข้าใจก่อนว่า
1. ธุรกิจโฮสเทล นั้นเป็นธุรกิจที่กำลังมาแรงในตลาดที่พักอาศัยเป็นอย่างมากในปัจจจุบัน จนทำให้คนจำนวนมากเข้ามาทำธุรกิจ โฮสเทลมากขึ้น สังเกตจากที่พักตามแหล่งท่องเที่ยวปัจจุบันส่วนใหญ่
จะเป็นรูปแบบโฮสเทล เน้นความเรียบง่าย เพราะเหตุนี้ทำให้เกิดการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง
2. การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่แท้จริงของตลาดโฮสเทล การเข้าใจในตัวสินค้าและบริการ หลายๆคนที่ลงทุนพัฒนา โรงแรมโฮสเทลเพียงพราะต้องการเปิดธุรกิจในฝัน ธุรกิจโรงแรมท่องที่ยว โดยไม่เข้าใจหรือเข้าถึงตัว
สินค้าและบริการ กลุ่มลูกค้าเราเป็นใคร ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่เป็นแบบแบ็คแพ็คเกอร์ไหม ทำให้หลายๆคนที่เปิดธุรกิจโฮสเทลในเวลารวดเร็วและก็ปิดธุรกิจโฮสเทลนี้ภายในเวลาที่รวดเร็ว เช่นกัน
3.การทำ โฮสเทลในปัจจุบัน กฏหมายก็มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก อย่างที่หลายท่านคงจะทราบดีว่ากฏหมายกระทรวงฉบับใหม่ที่เน้นในเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก โดยเฉพาะธุรกิจโฮสเทลส่วนใหญ่มักจะนำอาคารพาณิชย์เก่ามาดัดแปลง ทำให้เป็นปัญหาสำหรับนักพัฒนาธุรกิจโฮสเทลที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ต้องยอมรับเลยว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย เพราะต้องดำเนินการทำให้ถูกกฏหมาย 100%

กฎหมายที่ต้องรู้: ปัจจุบันมีกฎหมายที่เปิดเพื่อรองรับให้นำอาคารอื่นที่ไม่ใช่โรงแรมมาทำเป็นโรงแรมได้โดยถูกกฎหมาย เกิดจากที่ผ่านมาได้มีผู้ประกอบการมีนำอาคารเก่ามาทำเป็นโรงแรมมากขึ้น
ส่วนใหญ่เป็นอาคารทั่วไป ด้วยรูปแบบและโครงสร้างของอาคารที่มีอยู่เดิมไม่สอดคล้องกับอาคารที่จะนำมาประกอบธุรกิจโรงแรมตามที่กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารกำหนด
และไม่ได้ยื่นขออนุญาตตาม พ.ร.บ.โรงแรมให้ถูกต้อง  จึงมีการออกกฎกระทรวงกำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2559 ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2559 มีระยะเวลาบังคับใช้ 5 ปี โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง  กระทรวงมหาดไทย
(ที่มา:กรมโยธาธิการและผังเมือง https://www.yotathai.com/yotanews/law-official-hotel2559)

การตลาดเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก โฮสเทล
         ทำอย่างไรให้ลูกค้าเลือกเรา?  การทำการตลาดเพื่อให้ที่พักเต็มตลอดทั้งปี ทำอย่างไรเพื่อปรับจุดด้อยให้กลายเป็นจุดเด่น?  ข้อดีของโรงแรมขนาดเล็ก คือ มีความคล่องตัวในการบริหารสูง ลดขั้นตอนที่ซับซ้อนยุ่งยาก บางแห่งที่กิจการเล็กมากๆ เจ้าของเป็นผู้ดูแลและให้บริการเอง ทำให้สามารถให้บริการได้ทั่วถึง เป็นกันเอง ข้อเสียก็อาจจะเป็นเรื่องของการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกมีน้อย เนื่องจากเป็นโรงแรมขนาดเล็ก มีห้องพักน้อย (น้อยกว่า 50 ห้อง)
       การบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกจึงอาจจะไม่ได้มีให้ครบถ้วนสมบูรณ์เท่ากับโรงแรมขนาดใหญ่ เช่น มีบริการเพียงอาหารเช้าง่ายๆ  ผู้ประกอบการจึงต้องมีแผนการตลาดอย่างจริงจัง ต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน มีช่องทางการตลาดจากทางไหนบ้าง การเลือกใช้สื่อที่เหมาะสม เช่น ออนไลน์ ออฟไลน์ และที่สำคัญคือการสร้างจุดขายให้โดดเด่น เป็นที่น่าจดจำและประทับใจ (Credit by:โค้ชทัศน์ โรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย)

โรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ได้มีจัดทำหลักสูตร RE164: เจาะลึกโอกาสการลงทุนโรงแรมขนาดเล็ก บูติค & โฮสเทล โดยหลักสูตรนี้จะมีรายละเอียดดั้งนี้:


รายละเอียด
กฎกระทรวงโรงแรม update โฮสเทล เทรนด์ธุรกิจที่พักแนวใหม่ !!
การพัฒนาโรงแรมและอาคารใช้สอยแบบผสมผสาน (Mixed Use Building)
ทำการตลาดอย่างไร ให้มียอดเต็มทุกห้อง
ศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโรงแรม
วิเคราะห์ทำเลที่เหมาะสมกับโรงแรมแต่ละประเภท
คำนวณจุดคุ้มทุน/ผลตอบแทน ในการทำโรงแรม
การประเมินมูลค่าโรงแรมเพื่อการซื้อขาย
ออกแบบตกแต่งและการบริการ

ติดต่อสอบถาม

โรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย โทร. 02-295-2294 ต่อ 114 หรือ 02-295-3905 ต่อ 114

Line @trebs1 Email: lek@trebs.ac.th

Tag : พ.ร.บ. โรงแรม , การบริหาร , ธุรกิจโรงแรม ,กฎหมายโรงแรมขนาดเล็ก,การขออนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม , กฏการเปิดโฮสเทล ,ธุรกิจโฮสเทล ,โรงแรม ตาม พรบ , กฎหมายโรงแรม 2561 ,ปัญหา พรบ โรงแรม

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

FAR และ OSR ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่อาคารตามประเภทสีผังเมือง

FAR และ OSR คืออะไร? วิธีตรวจสอบข้อกำหนด FAR และ OSR ของที่ดินเรา  FAR และ OSR คืออะไร? FAR และ OSR เป็นข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่อาคารตามประเภทสีผังเมืองในแต่ละพื้นที่ ส่งผลต่อศักยภาพการพัฒนา และการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมาก เพราะจะส่งผลต่อขนาดพื้นที่อาคารที่สามารถสร้างได้ และทำให้โอกาสสร้างรายได้มากขึ้นหรือน้อยลงตามข้อกำหนดนี้ ซึ่งหากเราไปซื้อที่ดิน หรือ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่สีผังเมืองที่มีข้อจำกัดทาง FAR และ OSR แล้วล่ะก็ อาจส่งผลต่อศักยภาพในการพัฒนาให้ไม่เป็นไปตามที่คุณวาดฝันไว้ก็ได้ หรือ หากซื้อมาแล้วต้องการขายต่อก็อาจจะขายได้ยาก FAR (Floor to Area Ratio)  คือ อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน  สูตรการคำนวณ          พื้นที่อาคารสูงสุดที่สร้างได้  = ค่า FAR X ขนาดพื้นที่ดินเป็นตารางเมตร ตัวอย่าง  ที่ดินขนาด 1 ไร่ (1,600 ตารางเมตร) อยู่ในพื้นที่ตามข้อกำหนด FAR = 6 เท่ากับว่า พื้นที่อาคารสูงสุดที่สามารถสร้างได้ คือ 6 x 3,200 = 9,600 ตารางเมตร OSR (Open Space Ratio)  ...

ตรวจสอบสีผังเมืองง่าย ๆ สีผังเมืองคืออะไร และการใช้ประโยชน์ที่ดินจากสีผังเมือง

ทำไมต้องรู้กฎหมายผังเมือง ? กฎหมายผังเมืองที่มีอยู่ในแต่ละจังหวัด จะบอกถึงศักยภาพในการพัฒนาว่าเราสามารถสร้างอาคารประเภทไหนได้บ้าง สร้างได้ขนาดเท่าไหร่ สมมุติว่าเราได้ที่ดินขึ้นมาแปลงหนึ่งในราคาถูก อยากจะสร้างคอนโดมิเนียมขาย แต่ที่ดินคุณตั้งอยู่ในพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นที่ดินประเภทส่งเสริมด้านชนบทและเกษตรกรรม ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสสร้างคอนโดมิเนียมได้บ้างในพื้นที่ (บางพื้นที่กำหนดให้สร้างได้เพียง  5%  ของพื้นที่ทั้งหมด) แต่การพัฒนาคอนโดมิเนียมแนวสูงแบบ  Hige rise  สร้างผลกำไรเป็นกอบเป็นกำให้คุณคงเป็นไปไม่ได้    ก็กลับกลายเป็นว่าคุณได้จ่ายเงินซื้อที่ดินในทำเลที่มีศักยภาพน้อยไปซะแล้ว โอกาสในการพัฒนาอะไรก็จะยากขึ้น ก่อนจะซื้อที่ดิน หรือ อสังหาริมทรัพย์ใด ๆ ก็ควรตรวจสอบสีผังเมืองให้แน่ใจกันก่อนนะคะ ประเภทสีผังเมืองและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ในทุกจังหวัดจะมีการกำหนดและจัดสรรผังเมืองเอาไว้ สำหรับผังเมืองกรุงเทพฯ ฉบับปัจจุบัน ปีพ.ศ.  2556  และร่างผังเมืองฉบับใหม่ จะแบ่งแยกออกเป็นโซนไล่ตามสีทั้งหมด  10  ประเภท (อันที่จริงมีย่อยกว่านั้นอีก) โดยจะบ...

วิธีตรวจสอบสีผังเมืองง่าย ๆ เช็ค FAR OSR

  ทำไมต้องตรวจสอบสีผังเมือง? รู้ไหมว่าสีผังเมืองส่งผลต่อขนาดอาคาร และมูลค่าที่ดินด้วย วิธีตรวจสอบสีผังเมืองด้วยตัวเองง่าย ๆ ทำไมต้องรู้สีผังเมืองของตัวเอง ? สีผังเมือง หรือ ผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นผังที่แบ่งการใช้ประโยชน์พื้นที่ออกเป็นประเภทต่าง ๆ หากเรามีที่ดิน หรือ บ้านอยู่ในทำเลใด ควรจะตรวจสอบสีผังเมืองเพื่อให้ทราบถึงศักยภาพการพัฒนา ซึ่งส่งผลต่อราคาที่ดินของคุณ โดยสีผังเมืองจะบอกว่าอาคารประเภทใดบ้างที่พัฒนาได้ มี  อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน  (Floor Area Ratio: FAR)  และ อัตราส่วนของพื้นที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม (Open Space Ratio:  OSR)  เท่าไหร่? หากที่ดินของเราอยู่ในพื้นที่ที่มีศักยภาพการพัฒนาสูง มีค่า FAR มากสามารถสร้างอาคารได้ขนาดใหญ่ขึ้น ก็ส่งผลให้ที่ดินของเรามีมูลค่ามากขึ้นนั่นเอง ในแต่ละจังหวัดหรือขอบเขตพื้นที่ปกครองจะมีข้อกำหนดสีผังเมืองต่างกัน หากเราและเพื่อนมีที่ดินขนาด 2 ไร่เท่ากัน อยู่ ห่างกันเพียง 500 เมตร ก็อาจมีศักยภาพการพัฒนาต่างกัน ทำให้ราคาที่ดินต่างกันมาก เช่น เมื่อตรวจสอบสีผังเมืองแล้วพบว่าที่ดินของเพื่อนอยู่ในพื้นท...